วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เทคโนโลยีระบบสนับสนุนการตัดสินใจ DSS

ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) เป็นระบบย่อยหนึ่งในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ โดยที่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยผู้บริหารในเรื่องการตัดสินใจในเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน หรือกึ่งโครงสร้าง ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะใช้กับบุคคลเดียวหรือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเป็นกลุ่ม นอกจากนั้น ยังมีระบบสนับสนุนผู้บริหารเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดAสินใจเชิงกลยุทธ์ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ได้เริ่มขึ้นในช่วง ปี ค.ศ. 1970 โดยมีหลายบริษัทเริ่มที่จะพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อที่จะช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน หรือกึ่งโครงสร้างโดยข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ซึ่งระบบสารสนเทศเดิมที่ใช้ในลักษณะระบบการประมวลผลรายการ (Transaction processing system) ไม่สามารถกระทำได้ นอกจากนั้นยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดแรงงาน ต้นทุนที่ต่ำลงและยังช่วยในเรื่องการวิเคราะห์การสร้างตัวแบบ (Model) เพื่ออธิบายปัญหาและตัดสินใจปัญหาต่างๆ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1980 ความพยายามในการใช้ระบบนี้เพื่อช่วยในการสนับสนุนการตัดสินใจได้แพร่ออกไป ยังกลุ่มและองค์การต่างๆ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ คืออะไร DSS เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการ การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างตัวแบบที่ซับซ้อน ภายใต้ซอฟต์แวร์เดียวกัน นอกจากนั้น DSS ยังเป็นการประสานการทำงานระหว่างบุคลากรกับเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ โดยเป็นการกระทำโต้ตอบกัน เพื่อแก้ปัญหาแบบไม่มีโครงสร้าง และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นถึงสิ้นสุดขั้นตอนหรืออาจกล่าวได้ว่า DSS เป็นระบบที่โต้ตอบกันโดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อหาคำตอบที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจากปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน ดังนั้นระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ จึงประกอบด้วยชุดเครื่องมือ ข้อมูล ตัวแบบ (Model) และทรัพยากรอื่นๆ ที่ผู้ใช้หรือนักวิเคราะห์นำมาใช้ในการประเมินผลและแก้ไขปัญหา ดังนั้นหลักการของ DSS จึงเป็นการให้เครื่องมือที่จำเป็นแก่ผู้บริหาร ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีรูปแบบที่ซับซ้อน แต่มีวิธีการปฏิบัติที่ยืดหยุ่น DSS จึงถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่เพียงแต่การตอบสนองในเรื่องความต้องการของข้อมูลเท่านั้น


AVL Internal Branding Work Shop
พันธกิจสู่การสร้างความพึงพอใจสูงสุดสู่ลูกค้า จากความมุ่งมั่นในการนำองค์กรสู่การเป็น Trend Setter แห่งวงการออกแบบ จัดสร้างระบบห้องประชุมและงานโสตทัศนูปกรณ์ล้ำสมัย AVL จึงได้มีการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถองค์กรและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง Internal Branding Workshop อีกหนึ่งในกิจกรรมที่เราได้ริเริ่มสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเสริมศักยภาพให้แก่องค์กร โดยจัดการสัมมนาในรูปแแบบ Workshop เพื่อร่วมกำหนดพันธกิจในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าในหัวข้อ “การสร้าง Brand”
โดยให้พนักงานมีส่วนร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การสร้าง Brand และพันธกิจขององค์กรร่วมกัน โดยเราจะส่งมอบพันธะสัญญา (ฺBrand Promise ) การบริการลูกค้าผ่านบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในสายวิชาชีพ การเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งมอบนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการสร้างสรรค์งานและบริการลูกค้าอย่างครบเครื่องด้วยการผสานมุมมองแบบนักบริหารและมุมมองแบบ Creative เข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกโครงการของลูกค้ามีความแปลกใหม่และคุ้มค่าต่อการลงทุนสูงสุดนอกจากนี้ ในช่วงท้ายยังได้มี Workshop ในหัวข้อ Out of Box หรือการคิดนอกกรอบ ซึ่งจะเป็นจุดเด่นขององค์กรในการมุ่งนำเสนอความแปลกใหม่ให้แก่ลูกค้าอย่างเป็นผู้นำ เพื่อรองรับกระแสที่เปลี่ยนไปของเทคโนโลยีและโลกธุรกิจ ดังเช่นห้อง EOC หรือ ศูนย์ปฏิบัติการทางการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ที่เราได้นำเสนอต่อลูกค้าในปีนี้ และได้จดสิทธิบัตรเป็นลิขสิทธิ์ทางนวัตกรรมของ บริษัท เอวีแอล คอนซัลท์ แอนด์ ดีไซน์ จำกัด เท่านั้น

AVL ON TOUR

ท่องโลกเทคโนโลยี 6 วัน ในแดนฝรั่งเศส กับ AVL
จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ผนวกกับปรัชญาการทำงานของ บริษัท เอวีแอลฯ ที่มุ่งหวังจะเป็นTrend Setter ให้กับวงการระบบห้องประชุม และงานโสตทัศนูปกรณ์ล้ำสมัย การพัฒนาศักยภาพบุคลากรจึงเป็นสิ่งที่องค์กรของเราให้ความสำคัญมาโดยตลอดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร สู่ ความเป็นสากล มีศักยภาพในการทำงานที่ตอบสนองลูกคาให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด และรักษาความเป็นผู้นำในวงการนี้อย่างแท้จริง เหตุนี้ ช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทของเราจึงได้ส่งคณะเจ้าหน้าที่ไปดูงานถึง 2 ประเทศ นั่นก็คือประเทศฝรั่งเศส และ งาน World Expo 2005 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยในฉบับนี้เราจะพาทุกท่านร่วมเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสก่อน ใน Trip นี้ จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่การเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ จอร์ช ปอมปิดู และ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ปาร์ เดอลาเวลัด ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการจัดแสดงผลงานทางวิทยาศาสตร์ และศิลปะ ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสวยงาม คุณวีรศาล ปติฐพร หนึ่งในคณะเดินทาง เล่าถึงความประทับใจของการไปดูงานในครั้งนี้ว่า ตนและคณะใช้เวลาเดินทางใน Trip นี้ทั้งสิ้น 6 วัน โดยใช้เวลาอยู่ในกรุงปารีส 3 วัน โดยเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ จอร์ช ปอมปิดู พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานที่มี Idea แปลกๆ อยู่มากมาย ทั้งงานศิลปะ ห้องมัลติมีเดีย ที่มีระบบเสียงประกอบการจัดแสงที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดขนาดใหญ่ที่รวบรวมหนังสือไว้แทบทุกประเภท และอีกหนึ่งความประทับใจก็คือการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ วิทยาศาสตร์ ปาร์ค เดอลาเวลัด พิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ชั้นนำของฝรั่งเศส ซึ่งเปิดดำเนินงานมาแล้วกว่า 10 ปี จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์อยู่ที่การนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านเทคโนโลยีมัลติมีเดียต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจ สนุกตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นโรงละครจำลองมีระบบแสง สี เสียงที่ตระการตา, ห้องจำลองธรรมชาติของเสียง อาทิ การสะท้อนของเสียง, การสร้างภาพ และเทคนิคพิเศษที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างง่ายดาย,เทคนิคการยึดอุปกรณ์ AV ในหลากหลายรูปแบบ, การจัดแสดงภาพโมนาลิซ่า ด้วยเทคนิคการนำเสนอที่ให้อรรถรสในการชม และท้ายสุด กับห้องฉาย ภาพยนต์ แบบ 4 มิติ 360 องศา ประกอบ Light & Sound ที่สร้างความน่าสนใจได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ลูฟ ที่จัดแสดงผลงานศิลปะจากศิลปินดังก้องโลกอย่าง ลีโอนาโด ดาวินซี ผู้ฝากผลงานศิลปะไว้บนโลกใบนี้ อย่างมากมาย และที่โด่งดังที่สุดก็คงจะเป็นภาพ "โมนาลิซ่า" และ ปฏิมากรรม ปูนปั้นที่มีชื่อเสียงอย่างรูปปั้น "Venus" ซึ่งตลอด Trip ในฝรั่งเศสครั้งนี้ ตนและคณะต่างได้รับความรู้ พร้อมกับประสบการณ์อันมีค่า ทั้งในด้านการออกแบบเทคนิคการติดตั้งอุปกรณ์ ตลอดจนวิธีการนำเสนอ ที่น่าสนใจซึ่งจะได้นำเอาความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับจากการเดินทางในครั้งนี้ไป ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับการทำงานให้ลูกค้าให้มากที่สุด

นับว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ บริษัท เอวีแอลฯ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อนำประสบการณ์แปลกใหม่มา ร่วมขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ของลูกค้าไปสู่จุดหมายที่วางไว้อย่างมีความแปลกใหม่ และ ประสบผลสำเร็จในรูปแบบ นวัตกรรมที่ไม่ซ้ำใคร



NEW TECHNO ้ news

C4i คือ อะไ

C4i คือเทคโนโลยีพื้นฐานที่ถูกติดตั้งไว้ในห้อง EOC หรือห้องประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธิวิธี ตัดสินใจสั่งการ ตลอดจนการติดตามผลแบบเกาะติดสถานการณ์แบบ On-Line Real Time โดยการสร้างเครื่องมือในการบริหารงานเชิงรุกที่ประกอบด้วย “C4i” คือมีการติดตั้งระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information System: MIS) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System: DSS) ที่ทันสมัย และเป็นระบบที่สามารถปฏิบัติการร่วมกัน (Interoperability) ระหว่างทุกหน่วยงานภายในองค์กร และหน่วยงานอื่น ๆภายนอกองค์กร ผ่านระบบ Communication ทั้งรูปแบบ Voice & Non-Voice system เพื่อรองรับในการสั่งการ (Command) ควบคุมติดตามงาน(Control) และผนวกเข้ากับหลัการบริหารงานยุคใหม่ อาทิ Balance Scorecard , Six Sigma , KPI ; Key Performance Indicator เป็นต้น อันนำไปสู่การบริหารงานที่เป็น Intelligent Solution


ข้อมูลได้มาจาก

http://www.avl.co.th/thai/report/main.htm#top

ไม่มีความคิดเห็น: