วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2551

แนวโน้มและทิศทางการบริหารสำนักงานในอนาคต

การบริหารสำนักงานในอนาคต เป็นทิศทางที่เรียกได้ว่าไม่มีจินตนาการ คือไม่สามารถคาดคะเนความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ แนวโน้มที่ผู้บริหารสำนักงานควรให้ความสนใจ คือ แนวคิดในอนาคต ได้แก่ การสร้างนวัตกรรม (Innovation) และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ตลอดจนการบริหารจัดการสำนักงานในอนาคตให้เหมาะสมมากที่สุด
นวัตกรรม (Innovation) การคิดค้น (Invention) + การปฏิบัติ (Application)
คุณลักษณะของนวัตกรรม ประกอบด้วย
1. เป็นเรื่องของโอกาสและความน่าจะเป็น
2. มีความสลับซับซ้อน
3. ใช้เวลา
4. มีพื้นฐานจากความต้องการ
5.มีการต่อต้านการสร้างนวัตกรรม
6.อาจเป็นได้ทั้งฝ่ายแพ้และผู้ชนะ

กระบวนการนวัตกรรม ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน
1. การสร้างความคิด เป็นขั้นตอนที่เกิดจากการคิดสร้างสรรค์ที่คล้องจองกัน ความเฉลียวฉลาดช่างประดิษฐ์คิดค้น และกระบวนการของข้อมูลข่าวสาร
2. การทดลองเบื้องต้น ทำการทดสอบในรูปแบบจำลอง (prototype)
3. ศึกษาความเหมาะสม ศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ของโครงการการนวัตกรรมนั่นเอง นำไปปฏิบัติ จัดกระบวนการใหม่

ลักษณะของสำนักงานที่มีนวัตกรรม
1. มีกลยุทธ์และนวัตกรรมในสำนักงานที่สนับสนุนกระบวนการนวัตกรรม
2. มีโครงสร้างสำนักงานที่สนับสนุนกระบวนการนวัตกรรม
3. เป็นสำนักงานที่มีส่วนในการสนับสนุนกระบวนการนวัตกรรม
4.ผู้บริหารระดับสูงในสำนักงานให้การสนับสนุน

บทบาทนวัตกรรม (Innovation Roles) ประกอบด้วยบทบาทต่างๆดังต่อไปนี้
1. Idea Generator บทบาทการเป็นผู้สร้างวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
2. Information Gatekeepers บทบาทในฐานะผู้สร้างบรรยากาศสำหรับความรู้ใหม่
3. Product Champion บทบาทในฐานะรับความคิดใหม่และนำไปปฏิบัติ
4. Project Manager บทบาทในการจัดการและบริหารนวัตกรรม
5. Leaders บทบาทในฐานะผู้กระตุ้นและสนับสนุนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551

การทำReengineering ของบริษัท ป.ต.ท.






ปตท.สู่ความเป็นเลิศ The Great Company



ถึงวันนี้ ปตท.เป็นองค์กรหนึ่งที่ได้รับการยอมรับแล้วว่าได้พัฒนาองค์กรจนมีความเป็นเลิศ

ปตท.ได้รับรางวัลคุณภาพมากมายทั้งระดับประเทศและระดับเอเชีย น่าสนใจว่า ปตท.ทำได้อย่างไร ?

ปตท.จัดการองค์กรอย่างไรจึงสร้างความเป็นเลิศได้ขนาดนั้น ?

ปตท.พัฒนาคนจนก้าวสู่ความเป็นเลิศในหลายด้านได้อย่างไร ?

และตอนนี้ ปตท.กำลังมุ่งเน้นไปในทางทิศใด ?

"ประเสริฐ บุญสัมพันธ์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ย่อมเห็นการก้าวเดินของ ปตท.อย่างแจ่มชัด

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ปตท.ก้าวเดินเข้าสู่ปีที่ 28 ของการก่อตั้งองค์กรแล้ว

"ที่ ปตท.ประสบความสำเร็จมาได้นั้น เพราะว่าเรามีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญและใส่ใจกับการพัฒนาคน พัฒนาระบบ และปรับโครงสร้างให้มีประสิทธิภาพ"

ปตท.มีการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ ทั้ง reengineering reprocess และ outsource งานบางอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป

อีกทั้งมีการวางกลยุทธ์ขององค์กร มีการนำ ระบบไอทีเข้ามาใช้ เพื่อ process งานให้ดีขึ้น

เพราะ ปตท.ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองจากรัฐวิสาห กิจ ชื่อ "การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย" มาเป็นบริษัทมหาชน และวันนี้ กำลังพัฒนาเป็น "บริษัทไทยข้ามชาติ"

ปตท.พยายามเชื่อมโยงบริษัทในกลุ่มให้ทำงานร่วมกันอย่างมี synergy เพราะจะทำให้มีต้นทุนต่ำลง มีการแชร์กันเพื่อเอาสิ่งที่เข้มแข็งของแต่ละบริษัทในเครือมาช่วยผลักดันการทำงานร่วมของกลุ่ม

ด้านจำนวนพนักงานนั้นมีการลดพนักงานจาก 3,800 คน เหลือเพียง 3,000 คน เพิ่งจะมาปรับเพิ่มในช่วงหลังนี้เพิ่มเป็นประมาณ 3,200 คน
ปัจจุบัน ปตท.มีสินทรัพย์ 6 แสนล้านบาท มียอดขายประมาณ 9 แสนล้านบาท โดยมี productivity ต่อหัวของพนักงานเพิ่มขึ้นมาก

และเน้นทำธุรกิจอยู่บนธุรกิจหลัก (core business) หลักโดยไม่ออกนอกกรอบ

ธุรกิจหลักของ ปตท.มีน้ำมัน โรงกลั่น และก๊าซธรรมชาติ ทำครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หรือตั้งแต่ผลิตจนถึงขาย

ทั้งนี้ได้มีการบริหารจัดการโดยมีการปรับปรุงระบบภายใน ให้พนักงานมุ่งเน้นในเรื่องของผลการดำเนินงาน นำระบบไอทีเข้ามาช่วยในการทำงาน ปรับปรุงโครงสร้างหนี้และการควบรวม กิจการ ทำให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด

"ใน 4 ปีนี้ ยอดขาย ปตท.เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า จาก 3 แสนกว่าล้านเพิ่มขึ้นเป็น 9 แสนกว่าล้าน กำไรก็เพิ่มขึ้นจาก 2 หมื่นกว่าล้านเป็น 8 หมื่นกว่าล้าน และบริษัทในเครือของ ปตท.มีมาร์เก็ตแคปรวมกัน 20 กว่าเปอร์เซ็นของตลาดหุ้น"

ทำให้ในปี 2548 ได้รับรางวัลคุณภาพหลายรางวัล ทั้งเรื่องของการเป็น best corporate ในเอเชียและประเทศไทย best corporate governance และผู้บริหารองค์กรดีเด่น

จนถึงขณะนี้ ปตท.มั่นใจว่าองค์กรค่อนข้างฟูลทีม และได้วางวิชั่นว่าจะเป็นองค์กรพลังงานที่ทำธุรกิจครบวงจร ให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholder)

ปตท.จำเป็นต้องมีเป้าหมายใหม่ที่ท้าทาย (challenge) !

ตั้งเป้าหมายว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จะเป็นบริษัทไทยข้ามชาติที่มีการลงทุนในต่างประเทศ 20% มีผลตอบแทนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในระดับชั้นแนวหน้า

นั่นเป็นเพราะ ปตท.ให้ความสำคัญกับการจัดการคนและการสร้างองค์กรเป็นอย่างยิ่ง

"ปตท.มองไม่ต่างจากในระยะที่ผ่านมา เน้นการสร้าง process สร้างกลยทุธ์ (strategy) โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง"

โดยได้ทำควบคู่กันไปกับการสร้างแรงจูงใจ (mutivation) เกี่ยวกับการบริหารจัดการพนักงาน HRM (human resource management) ทั้งเฉพาะตัวบุคคลและเป็นทีมเวิร์ก และมี KPI เป็นระบบ balanced scorecard

"เราต้องการให้พนักงานมีความเป็น leadership ฉะนั้นในเรื่อง discipline และ mutivation กับพนักงานต้อง high"

เมื่อทุกคนในองค์กรอยากให้องค์กรเดินไปแบบ high performance organization ก็ต้องทำในสิ่งเหล่านี้

โดยในการสร้างแรงจูงใจนั้นจะให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม มีรีวอร์ดให้

ประเสริฐมองว่า ถ้าเน้นในเรื่องของ discipline อย่างเดียว โดยไม่มี mutivation พนักงานก็จะไม่มีความสุข แต่ถ้า mutivate กันเต็มที่ แต่ไม่มี discipline มันเหมือนจรวดนำวิถีที่ไม่ได้ถูกไกด์

"แม้พนักงานจะคึกคัก ขยันมาก อยากจะทำให้องค์กร แต่ทำแล้วไร้เป้าหมาย ไร้ทิศทาง ก็จะเป็นจรวดที่ยิงไปทั่ว เป็นอะไรที่ไม่น่าจะดี"

"ตอนนี้เราก็กำลังรณรงค์ข้างใน ปตท. ซึ่งวันนี้อาจจะบอกว่าเป็น best company หรือเป็น one of the good company ในประเทศไทยได้แล้ว แต่เรากำลังต้องการเป็น Thai premiere multi national company หรือไทยข้ามชาติ"

ปตท.เพิ่มเครือข่ายการลงทุนในต่างประเทศ โดยทำกิจการครอบคลุมในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง

"เราต้องการเปลี่ยนจาก the good company เป็น the great company เป็น high performance organiza tion ฉะนั้นเราต้องมีองค์ความรู้ภายในของเราที่ได้เปรียบคนอื่น และก็ต้องมีสินทรัพย์ (asset) มี port folio ที่ได้เปรียบคนอื่น และก็ต้องดูแลเรื่องสังคม ชุมชน เพราะเราจะต้องเป็น good corporate citizen ด้วย"

ปตท.ยังให้ความสำคัญเรื่องการบริหารความเสี่ยง (risk management) ต้องดูว่าราคาน้ำมันเปลี่ยน 1 เหรียญกระทบอย่างไร ค่าเงินบาทเปลี่ยนกระทบอย่างไร จีดีพีเปลี่ยนไป 1% กระทบอย่างไร โดยจะต้องมีตัวที่มาคอยวัดว่ามันเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือทางที่เลวตลอดเวลา

"ในเรื่องขององค์ความรู้นั้น พนักงานต้องดูจะเอาข้อมูลต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร เราต้องมี leadership เยอะๆ มีเรื่องนวัตกรรมมากๆ เพราะต้องการให้องค์กรมีนวัตกรรมใหม่ๆ"

วันนี้ในเรื่องของโครงสร้างองค์นั้น ปตท.ทำให้เป็น one group one culture แต่มีความเชื่อมโยงกัน และทำงานเป็นกลุ่ม

สำหรับเพื่อความยั่งยืนองค์กรใหญ่ๆ นั้นจำเป็นจะต้องมีส่วนในการดูแลสังคม

"ปตท.ทำเยอะ เรื่องหลักๆ ของเราเน้นสิ่งแวดล้อม ทำเรื่องการศึกษา กีฬา เรื่องชุมชน ที่อยู่โดยรอบแนวท่อ โดยรอบคลังน้ำมัน บริเวณโรงงานของเรา"

"เรื่องกีฬานั้นเป็นการสร้างเยาวชนให้มีการออกกำลังกาย ในสิ่งแวดล้อมเราก็ทำเรื่องผลิตภัณฑ์เขียว (green product) ตอนนี้เราพัฒนาเรื่องก๊าซเอ็นจีวี ทำเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน เพราะเราสามารถผลิตได้ในอ่าวของเราเยอะ และการใช้ในรถยนต์นั้นทำให้สภาพอากาศดีขึ้นมหาศาล ซึ่งทำให้ประหยัดค่าน้ำมัน แต่ตอนนี้ยังไม่สะดวกเพราะจุดเติมมันยังไม่มาก แต่กำลังขยายอยู่"

"สิ่งพวกนี้เราต้องทำควบคู่ประกอบกัน เราไปเน้นทำธุรกิจอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมี good corporate citizen และต้องมีธรรมาภิบาล แต่ว่าเรื่องนี้จะมีหรือไม่มีจะต้องให้คนอื่นเป็นผู้ตรวจสอบเรา"

ปตท.มุ่งหมายจะเป็นองค์กรที่เข้มแข็ง เพราะถ้า ปตท.เข้มแข็งในเรื่องของพลังงานแล้วเท่ากับว่ามีบริษัทของไทยที่เข้มแข็งอยู่บริษัทหนึ่ง ซึ่งจะเป็นฐานในการที่จะพัฒนาพลังงานไปสู่ผู้บริโภคในระดับราคาที่เหมาะสม

"เราอยากเป็น Thailand business high per formance เพราะประเทศจะต้องมี high performance company ของตัวเองหลายๆ บริษัท ซึ่ง ปตท.กำลังอยากจะเป็นหนึ่งในนั้น"

เพราะในเวทีการค้าโลก เมื่อมองเข้ามาในประเทศไทย แล้วมองไม่เห็นใครเลย ไม่เหมือนมองเข้าในญี่ปุ่น เกาหลี หรือเยอรมนีก็จะเห็น

"ผู้บริหารและพนักงานของเรามีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจที่จะทำองค์กรนี้ให้ดี และทำองค์กรนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อคนไทย

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เขาใหญ่

เขาใหญ่

เขาใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยว ที่น่า ท่องเที่ยว ในช่วงฤดูหนาว ซึ่ฟง การเที่ยวเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอเชิญ ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว เขาใหญ่ เนื่องจาก เขาใหญ่ ถือเป็น สถานที่ท่องเที่ยว อีกแห่ง ของเมืองไทย ถ้าใครยังไม่มี สถานที่ท่องเที่ยว ลองไป ท่องเที่ยว เขาใ หญ่ นะคะ อ่าน ข้อมูล เกี่ยวกับ สถานที่ท่องเที่ยว เขาใหญ่ ที่นี่ค่ะ
หนาวนี้เที่ยวไหนดี...? คงเป็นคำถามที่ติดอยู่ในใจของใครหลายๆ คนใช่มั้ยล่ะคะ หน้าร้อนเที่ยวทะเล หน้าฝนเที่ยวน้ำตก เอ... แล้วหน้าหนาวล่ะเที่ยวไหน... อิอิ
วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของหน้าหนาวมาแนะนำให้เพื่อนๆ ที่กำลังมองหาที่เที่ยวในช่วงฤดูนี้ได้รู้จักกัน นั่นก็คือ... อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือที่ใครๆ เรียกกันจนติดปากว่า "เขาใหญ่" นั่นเอง

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือ "เขาใหญ่" เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย มีอาณาเขตครอบคลุม 11 อำเภอ ของ 4 จังหวัด คือ อำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอปากพลี อำเภอบ้านนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นป่าผืนใหญ่ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมดงรัก ในส่วนหนึ่งของดงพญาไฟหรือดงพญาเย็นในอดีต ประกอบด้วยขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูก เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำนครนายก และแม่น้ำมูล อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้างป่า กวางป่า เก้ง กระทิง เสือ ตลอดจนมีลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงาม มีเนื้อที่ 1,353,471.53 ไร่ หรือ 2,165.55 ตารางกิโลเมตร (กว้างใหญ่มากๆ) ด้วยสภาพป่าที่รกทึบและได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้ที่ "เขาใหญ่" เกิดฝนตกชุกตามฤดูกาล อากาศไม่ร้อนจัดและหนาวจัดจนเกินไป จัดอยู่ในประเภทเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 23 องศาเซลเซียส เหมาะแก่การเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นที่ซู้ดดด... (ถูกต้องนะคร้าบ!!) ยิ่งในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ คนจะนิยมไปเที่ยวที่นี่กันมาก เพราะนอกจากอากาศจะดีแล้ว บรรยากาศหน้าหนาวของที่นี่ยังโรแมนติกซะด้วย... (เอาล่ะ โอกาสนี้แหละที่จะได้บอกรักคนที่เราแอบชอบมานานซักที) สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น มีด้วยกันหลายแห่ง คือ...

"ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่" สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2505 ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 24 ถนนธนะรัชต์ เส้นทางขึ้นเขาใหญ่ด้านอำเภอปากช่อง นักท่องเที่ยวที่ผ่านเข้าอุทยานแห่งชาติ และประชาชนทั่วไป มักแวะไปกราบไหว้ ขอโชคลาภและขอพรอยู่เสมอ
"แก่งหินเพิง" เป็นแก่งหินขนาดใหญ่กลางแม่น้ำใสใหญ่ในเขต อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี แก่งหินเพิงจะสวยงามมากที่สุดในยามน้ำหลาก ราวเดือนกรกฎาคม - พฤศจิกายน ฤดูฝนจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวแก่งหินเพิง มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นน้ำตาม
แก่งต่างๆ เป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ชื่นชอบความตื่นเต้นเร้าใจ ยังนิยมนำการล่องแก่งแพยาง จากแก่งหินเพิงลงมายังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.9 อีกด้วย

"น้ำตกสาริกา" ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอดๆ ถึง 9 ชั้น ผาที่สูงที่สุดประมาณ 100 เมตร (อู้ว...) แต่ละชั้นมีอ่างรับน้ำขนาดย่อม ที่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ และในบริเวณน้ำตกชั้นล่างก็ยังมีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีทางเดินต่อไปตามธารน้ำที่ไหลตกลงมาเป็นชั้นๆ จนไปถึงแอ่งน้ำกว้างและโขดหินก้อนใหญ่ มองขึ้นไปจะเห็นน้ำตกสาริกาชั้นสูงที่สุด ทั้งนี้ น้ำตกสาริกาจะมีน้ำไหลเกือบทั้งตลอดปี โดยในฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำมาก

"น้ำตกเหวนรก" เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุด อยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผาชั้นนี้จะพุ่งไหลลงสู่หน้าผาชั้นที่ 2 และ 3 ที่อยู่ถัดลงไปใกล้ๆ กันในลักษณะการไหลตก 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร เป็นสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง ในฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนดูน่ากลัว (โห... น่าตื่นตาตื่นใจ)

"น้ำตกกองแก้ว" เป็นน้ำตกเตี้ยๆ ที่เกิดจากห้วยลำตะคอง ในฤดูฝนจะดูสวยงามมาก เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ ใกล้บริเวณน้ำตกจะมีสะพานแขวนลำห้วยถึง 2 สะพาน ที่สำคัญน้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ ประมาณ 100 เมตรเท่านั้นเองค่ะ อย่างไรก็ตาม สำหรับห้วยลำตะคองนั้น ถือเป็นแนวแบ่งเขต 2 จังหวัด คือ จังหวัดนครนายกและจังหวัดนครราชสีมา "น้ำตกผากล้วยไม้" เป็นน้ำตกขนาดกลางที่อยู่ในห้วยลำตะคองเช่นเดียวกัน มีลักษณะเป็นหน้าผาลดหลั่นกันลงมา สูงประมาณ 10 เมตร อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ ประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงได้โดยทางรถยนต์และทางเดินเท้า ทางเดินเริ่มจากจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้ไปประมาณ 1.2 กิโลเมตร โดยเดินเลียบไปตามห้วยลำตะคองที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่ร่มครึ้ม (เดินสบายแดดไม่ร้อน) แถมยังมีโอกาสพบนกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น นกกางเขนน้ำหลังเทา นกกะรางคอดำ นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ "น้ำตกเหวสุวัต" ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาก และเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วๆ ไป (ใช่ๆ) น้ำตกเหวสุวัตนี้อยู่สุดถนนธนะรัชต์ หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปก็ได้ ประมาณ 3 กิโลเมตร น้ำตกนี้มีลักษณะเป็นสายน้ำ ตกลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เทคโนโลยีระบบสนับสนุนการตัดสินใจ DSS

ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) เป็นระบบย่อยหนึ่งในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ โดยที่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยผู้บริหารในเรื่องการตัดสินใจในเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน หรือกึ่งโครงสร้าง ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะใช้กับบุคคลเดียวหรือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเป็นกลุ่ม นอกจากนั้น ยังมีระบบสนับสนุนผู้บริหารเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดAสินใจเชิงกลยุทธ์ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ได้เริ่มขึ้นในช่วง ปี ค.ศ. 1970 โดยมีหลายบริษัทเริ่มที่จะพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อที่จะช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน หรือกึ่งโครงสร้างโดยข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ซึ่งระบบสารสนเทศเดิมที่ใช้ในลักษณะระบบการประมวลผลรายการ (Transaction processing system) ไม่สามารถกระทำได้ นอกจากนั้นยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดแรงงาน ต้นทุนที่ต่ำลงและยังช่วยในเรื่องการวิเคราะห์การสร้างตัวแบบ (Model) เพื่ออธิบายปัญหาและตัดสินใจปัญหาต่างๆ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1980 ความพยายามในการใช้ระบบนี้เพื่อช่วยในการสนับสนุนการตัดสินใจได้แพร่ออกไป ยังกลุ่มและองค์การต่างๆ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ คืออะไร DSS เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการ การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างตัวแบบที่ซับซ้อน ภายใต้ซอฟต์แวร์เดียวกัน นอกจากนั้น DSS ยังเป็นการประสานการทำงานระหว่างบุคลากรกับเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ โดยเป็นการกระทำโต้ตอบกัน เพื่อแก้ปัญหาแบบไม่มีโครงสร้าง และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นถึงสิ้นสุดขั้นตอนหรืออาจกล่าวได้ว่า DSS เป็นระบบที่โต้ตอบกันโดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อหาคำตอบที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจากปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน ดังนั้นระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ จึงประกอบด้วยชุดเครื่องมือ ข้อมูล ตัวแบบ (Model) และทรัพยากรอื่นๆ ที่ผู้ใช้หรือนักวิเคราะห์นำมาใช้ในการประเมินผลและแก้ไขปัญหา ดังนั้นหลักการของ DSS จึงเป็นการให้เครื่องมือที่จำเป็นแก่ผู้บริหาร ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีรูปแบบที่ซับซ้อน แต่มีวิธีการปฏิบัติที่ยืดหยุ่น DSS จึงถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่เพียงแต่การตอบสนองในเรื่องความต้องการของข้อมูลเท่านั้น


AVL Internal Branding Work Shop
พันธกิจสู่การสร้างความพึงพอใจสูงสุดสู่ลูกค้า จากความมุ่งมั่นในการนำองค์กรสู่การเป็น Trend Setter แห่งวงการออกแบบ จัดสร้างระบบห้องประชุมและงานโสตทัศนูปกรณ์ล้ำสมัย AVL จึงได้มีการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถองค์กรและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง Internal Branding Workshop อีกหนึ่งในกิจกรรมที่เราได้ริเริ่มสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเสริมศักยภาพให้แก่องค์กร โดยจัดการสัมมนาในรูปแแบบ Workshop เพื่อร่วมกำหนดพันธกิจในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าในหัวข้อ “การสร้าง Brand”
โดยให้พนักงานมีส่วนร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การสร้าง Brand และพันธกิจขององค์กรร่วมกัน โดยเราจะส่งมอบพันธะสัญญา (ฺBrand Promise ) การบริการลูกค้าผ่านบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในสายวิชาชีพ การเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งมอบนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการสร้างสรรค์งานและบริการลูกค้าอย่างครบเครื่องด้วยการผสานมุมมองแบบนักบริหารและมุมมองแบบ Creative เข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกโครงการของลูกค้ามีความแปลกใหม่และคุ้มค่าต่อการลงทุนสูงสุดนอกจากนี้ ในช่วงท้ายยังได้มี Workshop ในหัวข้อ Out of Box หรือการคิดนอกกรอบ ซึ่งจะเป็นจุดเด่นขององค์กรในการมุ่งนำเสนอความแปลกใหม่ให้แก่ลูกค้าอย่างเป็นผู้นำ เพื่อรองรับกระแสที่เปลี่ยนไปของเทคโนโลยีและโลกธุรกิจ ดังเช่นห้อง EOC หรือ ศูนย์ปฏิบัติการทางการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ที่เราได้นำเสนอต่อลูกค้าในปีนี้ และได้จดสิทธิบัตรเป็นลิขสิทธิ์ทางนวัตกรรมของ บริษัท เอวีแอล คอนซัลท์ แอนด์ ดีไซน์ จำกัด เท่านั้น

AVL ON TOUR

ท่องโลกเทคโนโลยี 6 วัน ในแดนฝรั่งเศส กับ AVL
จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ผนวกกับปรัชญาการทำงานของ บริษัท เอวีแอลฯ ที่มุ่งหวังจะเป็นTrend Setter ให้กับวงการระบบห้องประชุม และงานโสตทัศนูปกรณ์ล้ำสมัย การพัฒนาศักยภาพบุคลากรจึงเป็นสิ่งที่องค์กรของเราให้ความสำคัญมาโดยตลอดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร สู่ ความเป็นสากล มีศักยภาพในการทำงานที่ตอบสนองลูกคาให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด และรักษาความเป็นผู้นำในวงการนี้อย่างแท้จริง เหตุนี้ ช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทของเราจึงได้ส่งคณะเจ้าหน้าที่ไปดูงานถึง 2 ประเทศ นั่นก็คือประเทศฝรั่งเศส และ งาน World Expo 2005 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยในฉบับนี้เราจะพาทุกท่านร่วมเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสก่อน ใน Trip นี้ จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่การเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ จอร์ช ปอมปิดู และ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ปาร์ เดอลาเวลัด ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการจัดแสดงผลงานทางวิทยาศาสตร์ และศิลปะ ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสวยงาม คุณวีรศาล ปติฐพร หนึ่งในคณะเดินทาง เล่าถึงความประทับใจของการไปดูงานในครั้งนี้ว่า ตนและคณะใช้เวลาเดินทางใน Trip นี้ทั้งสิ้น 6 วัน โดยใช้เวลาอยู่ในกรุงปารีส 3 วัน โดยเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ จอร์ช ปอมปิดู พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานที่มี Idea แปลกๆ อยู่มากมาย ทั้งงานศิลปะ ห้องมัลติมีเดีย ที่มีระบบเสียงประกอบการจัดแสงที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดขนาดใหญ่ที่รวบรวมหนังสือไว้แทบทุกประเภท และอีกหนึ่งความประทับใจก็คือการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ วิทยาศาสตร์ ปาร์ค เดอลาเวลัด พิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ชั้นนำของฝรั่งเศส ซึ่งเปิดดำเนินงานมาแล้วกว่า 10 ปี จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์อยู่ที่การนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านเทคโนโลยีมัลติมีเดียต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจ สนุกตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นโรงละครจำลองมีระบบแสง สี เสียงที่ตระการตา, ห้องจำลองธรรมชาติของเสียง อาทิ การสะท้อนของเสียง, การสร้างภาพ และเทคนิคพิเศษที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างง่ายดาย,เทคนิคการยึดอุปกรณ์ AV ในหลากหลายรูปแบบ, การจัดแสดงภาพโมนาลิซ่า ด้วยเทคนิคการนำเสนอที่ให้อรรถรสในการชม และท้ายสุด กับห้องฉาย ภาพยนต์ แบบ 4 มิติ 360 องศา ประกอบ Light & Sound ที่สร้างความน่าสนใจได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ลูฟ ที่จัดแสดงผลงานศิลปะจากศิลปินดังก้องโลกอย่าง ลีโอนาโด ดาวินซี ผู้ฝากผลงานศิลปะไว้บนโลกใบนี้ อย่างมากมาย และที่โด่งดังที่สุดก็คงจะเป็นภาพ "โมนาลิซ่า" และ ปฏิมากรรม ปูนปั้นที่มีชื่อเสียงอย่างรูปปั้น "Venus" ซึ่งตลอด Trip ในฝรั่งเศสครั้งนี้ ตนและคณะต่างได้รับความรู้ พร้อมกับประสบการณ์อันมีค่า ทั้งในด้านการออกแบบเทคนิคการติดตั้งอุปกรณ์ ตลอดจนวิธีการนำเสนอ ที่น่าสนใจซึ่งจะได้นำเอาความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับจากการเดินทางในครั้งนี้ไป ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับการทำงานให้ลูกค้าให้มากที่สุด

นับว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ บริษัท เอวีแอลฯ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อนำประสบการณ์แปลกใหม่มา ร่วมขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ของลูกค้าไปสู่จุดหมายที่วางไว้อย่างมีความแปลกใหม่ และ ประสบผลสำเร็จในรูปแบบ นวัตกรรมที่ไม่ซ้ำใคร



NEW TECHNO ้ news

C4i คือ อะไ

C4i คือเทคโนโลยีพื้นฐานที่ถูกติดตั้งไว้ในห้อง EOC หรือห้องประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธิวิธี ตัดสินใจสั่งการ ตลอดจนการติดตามผลแบบเกาะติดสถานการณ์แบบ On-Line Real Time โดยการสร้างเครื่องมือในการบริหารงานเชิงรุกที่ประกอบด้วย “C4i” คือมีการติดตั้งระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information System: MIS) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System: DSS) ที่ทันสมัย และเป็นระบบที่สามารถปฏิบัติการร่วมกัน (Interoperability) ระหว่างทุกหน่วยงานภายในองค์กร และหน่วยงานอื่น ๆภายนอกองค์กร ผ่านระบบ Communication ทั้งรูปแบบ Voice & Non-Voice system เพื่อรองรับในการสั่งการ (Command) ควบคุมติดตามงาน(Control) และผนวกเข้ากับหลัการบริหารงานยุคใหม่ อาทิ Balance Scorecard , Six Sigma , KPI ; Key Performance Indicator เป็นต้น อันนำไปสู่การบริหารงานที่เป็น Intelligent Solution


ข้อมูลได้มาจาก

http://www.avl.co.th/thai/report/main.htm#top

วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

การพิจารณาการตัดสินใจนำระบบสำนักงานอัติโนมัติเข้ามาใช้


การตัดสินใจนำระบบสำนักงานอัตโนมัติเข้ามาใช้ เนื่องจากระบบสำนักงานอัตโนมัติเป็นงานที่ต้องใช้ผู้เชี่ยญชาญเฉพาะด้านเป็นผู้จัดระบบดั้งนั้นก็จะสร้างระบบสำนักงาอัตโนมัติคงต้องเป็นหน้าที่ของบุคคลดังต่อไปนี้

1. ผู้ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์สำนักงานอัตโนมัติ มักจะให้บริการด้านการให้คำปรึกษาหรือผู้จัดตั้งระบบโดยไม่คิดมูลค่า เพื่อศึกษาหาความเป็นไปได้ของแต่ละสำนักงาน

2. ทีมงานเฉพาะกิจของบริษัท บริษัทที่ต้องการสำนักงานอัตโนมัติ อาจจัดตั้งทีมงานขึ้นมาเองเพื่อทำการวิจัยด้านนี้โดยเฉพาะควรมีพนักงานที่เชี่ยวชาญด้านการจัดข้อมูล เข้ามาร่ามด้วยเพราะมีความคุ้นเคยกับระบบจัดการข้อมูลปัจจุบัน

3. ที่ปรึกษา บางบริษัทไม่มีพนักงานที่มีความชำนาญพอที่จัดตั้งทีมงานขึ้นเองได้ก็จะต้องอาศัยที่ปรึกษาภายนอกบริษัท

4. ทีมงานเฉพาะกิจร่วมกับที่ปรึกษา เป็นการจับมือกันระหว่างบุคคลภายนอก และภายในบริษัทเพราะทีมงานในบริษัทย่อมรู้ซึ้งและให้ข้อมูลของบริษัทฬนขณะที่ที่ปรึกษา มีความรู้อย่างดีในการจัดระบบสามารถพิจารณาทุกแง่ทุกมุมของปัญหาได้โดยปราศจากอคติ

อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในระบบสำนักงานอัตโนมัติ


อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในระบบสำนักงานอัตโนมัติ
อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในระบบสำนักงานอัตโนมัติสำนัก งานอัตโนมัติมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในภาครัฐและเอกชน สำนักงานอัตโนมัติมีบทบาทในการทำให้หน่วยงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีบทบาทในการทำให้ผู้บริหารมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น และมีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม การจัดสำนักงานอัตโนมัติจะต้องพิจารณาหาเครื่องมือและปัจจัยต่างๆ ที่จะสนับสนุนผู้ใช้ให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การ ช่วยให้ผู้ใช้ระดับต่างๆ ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นหน้าที่ของสำนักงาน อัตโนมัติ ซึ่งต้องทำงานทั้งในแบบอิสระ เป็นกลุ่มหรือทีมงาน และใช้ในการปฏิบัติงานข้ามสำนักงาน ดังนั้น การพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติจะต้องพิจารณาจัดหาเครื่องมือให้ผู้ใช้ระดับต่างๆ ทำงานได้




อุปกรณ์ที่สำมาใช้ในระบบสำนักงาน

คอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์สำคัญของการทำงานในสำนักงานอัตโนมัติอย่างหนึ่งซึ่ง คอมพิวเตอร์นี้ จะอำนวยความสะดวกในการทำงานในสำนักงานต่าง ๆ เช่น งานด้านเอกสาร การเก็บรวบรวมข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ การติดต่อสื่อสาร และอื่น ๆ ผ่าน Software ที่ใช้งานร่วมกันกับเครื่องคอมพิวเตอร์การใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกันของ เครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบสำนักงานอัตโนมัติสามารถทำได้โดยเครื่อง คอมพิวเตอร์ในแต่ละเครื่องที่ติดต่อกันผ่านระบบ Lan สามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ ดังตัวอย่างการไหลเวียนของเส้นสีน้ำเงินเป็นการ ส่งสัญญานจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านบนผ่าน LanCard Switching เข้าไปสั่งให้อุปกรณ์สำนักงาน คือ เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ ทำงานโดยผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งได้ติดตั้งอุปกรณ์สำนักงานดังกล่าวไว้แล้ว


Switching/Hub เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อต่อกันระหว่าง สายเคเบิลที่พ่วงต่อกับ LanCard ของเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เพื่อรวมกันเป็นชุดเพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน ขนาดของ Switching/Hub มีหลากหลายขนาดด้วยกันแล้วแต่ว่าจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในระบบมาก น้อยเพียงได และต้องการใช้ความเร็วในการประมวลผลของระบบเท่าไร ก็สามารถกำหนดตามความต้องการใด้


Modem เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญานโทรศัพท์ ให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้ Modem นี้จะนำมาใช้งานกับเครื่องแม่ข่าย หรือ Server ก็ต่อเมื่อระบบต้องการใช้ Internet ในการติดต่อสื่อสาร และหาข้อมูลก็จะนำมาใช้งานร่วมกับ SwitchingLanCard สายเคเบิล ซึ่งจะทำให้เครื่องลูกข่ายสามารถใช้งาน Internet ได้เช่นเดียวกับเครื่อง แม่ข่าย หรือ Server





Software เป็นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบัน มี Software ใหม่ ๆ ที่จะคอยช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของระบบสำนักงานอัตโนมัติ เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows Linux NT เป็นต้นซึ่งจะมี Software ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ ของแต่ละชนิดได้เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows จะมีชุด Microsoft Office ที่จะคอยอำนวยความสะดวกในการทำงานด้านต่าง ๆ ของสำนักงาน เป็นต้น


โทรศัพท์ ระบบโทรคมนาคมซึ่งใช้อุปกรณ์ทางไฟฟ้า เป็นเครื่องมือสื่อสารให้ติดต่อพูดถึงกันได้ในระยะไกลโดยใช้สายตัวนำโยงติดต่อถึงกัน และอาศัยอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นหลักสำคัญไว